เกิดอะไรขึ้น

หุ่นยนต์เพื่อนคู่ใจรุ่นแรกๆ ที่เปิดตัวราวปี 2017 มาพร้อมบุคลิกและการโต้ตอบ แต่ถูกจำกัดอยู่แค่คำสั่งเสียงง่ายๆ และฟังก์ชันการใช้งานแคบๆ ทำให้หลายเครื่องถูกทิ้งไว้เฉยๆ เมื่อความตื่นเต้นแรกเริ่มจางหายไป

เมื่อบางบริษัทเหล่านี้ปิดเซิร์ฟเวอร์ลง เจ้าของหุ่นยนต์เปรียบเทียบความสูญเสียนี้ว่าเหมือนกับการสูญเสียสัตว์เลี้ยง ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความผูกพันทางอารมณ์ที่ก่อตัวขึ้น

หุ่นยนต์เพื่อนคู่ใจในปัจจุบันได้รับการออกแบบโดยอาศัยงานวิจัยทางจิตวิทยาและข้อมูลเชิงลึกทางคลินิก โดยปรับเปลี่ยนจากการตอบสนองแบบตั้งรับมาเป็นเชิงรุก จากการเน้นฟังก์ชันการใช้งานมาเป็นเน้นด้านอารมณ์ และจากฮาร์ดแวร์เดี่ยวๆ มาเป็นระบบนิเวศที่เชื่อมต่อถึงกัน

ทำไมเรื่องนี้ถึงสำคัญ

ความเหงาเป็นปัญหาที่แพร่หลาย โดยงานวิจัยระบุว่าผู้สูงอายุเกือบ 1 ใน 3 อาศัยอยู่ตามลำพัง และเด็กที่พ่อแม่ไปทำงานต่างถิ่นมีโอกาสเผชิญความเหงามากกว่าถึง 2.5 เท่า

เทคโนโลยีในอดีตอย่างวิดีโอคอลและลำโพงอัจฉริยะไม่สามารถสร้างความรู้สึก 'อยู่ด้วยกัน' ได้จริง เพราะทำได้เพียงจัดตารางการสื่อสารระหว่างผู้ที่มีความสัมพันธ์กันอยู่แล้วเท่านั้น

ตลาดหุ่นยนต์ AI เพื่อนคู่ใจถูกคาดการณ์ว่าจะเติบโตอย่างมาก จาก 48,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2026 ไปเป็น 318,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2033 ซึ่งบ่งชี้ถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในวิธีที่เทคโนโลยีตอบสนองความต้องการทางอารมณ์ของมนุษย์

ข้อเท็จจริงสำคัญ

ผู้สูงอายุเกือบ 1 ใน 3 อาศัยอยู่ตามลำพัง ตามผลการศึกษาชิ้นหนึ่ง

เด็กที่พ่อแม่ต้องย้ายถิ่นไปทำงานมีโอกาสเผชิญความเหงามากกว่าถึง 2.5 เท่า

ตลาดหุ่นยนต์ AI เพื่อนคู่ใจทั่วโลกมีมูลค่า 36,800 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2025 และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 318,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2033

หุ่นยนต์เพื่อนคู่ใจยุคใหม่ใช้กล้อง ไมโครโฟน และเซนเซอร์ต่างๆ เพื่อเริ่มต้นการโต้ตอบและตรวจจับอารมณ์

สิ่งที่ต้องจับตาดูต่อไป

จับตาดูว่าแนวคิด 'ความฉลาดอย่างอ่อนโยน' (gentle intelligence) จะกำหนดทิศทางหุ่นยนต์เพื่อนคู่ใจในอนาคตอย่างไร โดยเน้นไปที่การอยู่เป็นเพื่อนมากกว่าความสามารถดิบๆ

ติดตามดูว่าหุ่นยนต์เหล่านี้จะสามารถรักษาการมีส่วนร่วมในระยะยาวและลดความเหงาได้จริงในสถานการณ์จริงหรือไม่

จับตาการผสานรวมกับฟีเจอร์การเข้าถึงระยะไกลและการบันทึกชีวิตประจำวัน อย่างที่เห็นในผลิตภัณฑ์อย่าง OlloNi SS1 เพื่อดูว่าจะสร้างสมดุลระหว่างความสะดวกสบายกับความเป็นส่วนตัวได้อย่างไร

แหล่งที่มา