เกิดอะไรขึ้น
ยอดการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 162,000 ตำแหน่งในเดือนสิงหาคม สูงกว่าตัวเลขคาดการณ์เฉลี่ยของนักวิเคราะห์ที่ 55,000 ตำแหน่งอย่างมาก ขณะที่อัตราการว่างงานทรงตัวอยู่ที่ 4.1% ตามข้อมูลที่สำนักงานสถิติแรงงาน (Bureau of Labor Statistics) เปิดเผยเมื่อวันศุกร์
ตัวเลขการจ้างงานของเดือนมิถุนายนและกรกฎาคมถูกปรับเพิ่มขึ้นรวมกัน 55,000 ตำแหน่ง สะท้อนให้เห็นว่าตลาดแรงงานยังคงแข็งแกร่งอย่างต่อเนื่อง
นักวิเคราะห์ระบุว่ารายงานการจ้างงานที่แข็งแกร่งนี้ แม้จะเป็นผลดีต่อเศรษฐกิจ แต่ก็อาจก่อให้เกิดความกังวลเรื่องเงินเฟ้อที่กลับมาเร่งตัวขึ้น และเสริมน้ำหนักให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Federal Reserve) มีเหตุผลมากขึ้นในการปรับขึ้นดอกเบี้ยต่อไป
เหตุใดเรื่องนี้จึงสำคัญ
ตลาดแรงงานที่ตึงตัวสามารถสร้างแรงกดดันด้านค่าจ้างและราคาสินค้าให้สูงขึ้น ทำให้เฟดยากที่จะหยุดวงจรการคุมเข้มนโยบายการเงิน แม้ความกังวลเรื่องเงินเฟ้อจะยังไม่จางหายไป
ข้อมูลจากเครื่องมือ CME FedWatch ในขณะนี้ชี้ว่ามีโอกาสเกือบ 60% ที่เฟดจะขึ้นดอกเบี้ยในเดือนกันยายน และมีโอกาสมากกว่า 83% ที่จะมีการขึ้นดอกเบี้ยก่อนสิ้นปี ซึ่งสะท้อนว่านักลงทุนคาดการณ์ว่าจะมีมาตรการทางนโยบายเพิ่มเติมตามมา
ข้อเท็จจริงสำคัญ
ยอดการจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือนสิงหาคมเพิ่มขึ้น 162,000 ตำแหน่ง สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ 55,000 ตำแหน่งอย่างมาก
อัตราการว่างงานยังคงอยู่ที่ 4.1% และตัวเลขการจ้างงานของเดือนมิถุนายนและกรกฎาคมถูกปรับเพิ่มขึ้นรวมกัน 55,000 ตำแหน่ง
ข้อมูลจาก CME FedWatch ระบุว่ามีโอกาสเกือบ 60% ที่จะมีการขึ้นดอกเบี้ยในเดือนกันยายน และมีโอกาสมากกว่า 83% ที่จะขึ้นดอกเบี้ยภายในสิ้นปี
สิ่งที่ต้องจับตาต่อไป
รายงานเงินเฟ้อที่กำลังจะมาถึง รวมถึงคำแถลงของเจ้าหน้าที่เฟด มีแนวโน้มจะถูกจับตามองอย่างใกล้ชิด เพื่อหาสัญญาณว่าจะมีการปรับขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมเดือนกันยายนหรือไม่
หากข้อมูลตลาดแรงงานยังคงแข็งแกร่งต่อไป ความคาดหวังต่อการคุมเข้มนโยบายเพิ่มเติมอาจปรับตัวสูงขึ้นเรื่อยๆ แต่หากมีสัญญาณใดๆ ที่บ่งชี้ว่าตลาดแรงงานเริ่มชะลอตัว ก็อาจทำให้ความเชื่อมั่นของตลาดพลิกกลับทิศทางได้อย่างรวดเร็ว
