เกิดอะไรขึ้น
Krasnitsky กงสุลใหญ่รัสเซียประจำเมืองบอนน์ เปิดเผยว่าเยอรมนีได้ขอให้เจ้าหน้าที่สถานกงสุลราว 70 คนเดินทางออกจากประเทศภายในวันที่ 18 กันยายน ตามรายงานของ RIA Novosti เมื่อวันที่ 5 กันยายน
Krasnitsky ระบุว่าการตัดสินใจปิดสถานกงสุลของเยอรมนีนั้นไร้เหตุผลและน่าเสียดาย พร้อมกล่าวโทษเบอร์ลินว่าเป็นสาเหตุของความสัมพันธ์รัสเซีย-เยอรมนีที่ทรุดตัวลงในช่วงที่ผ่านมา โดยระบุว่าการกระทำนี้มีเป้าหมายเพื่อยกระดับความตึงเครียดให้รุนแรงขึ้นไปอีก
เหตุใดจึงสำคัญ
การขับไล่เจ้าหน้าที่ทางการทูตและการปิดสถานกงสุลถือเป็นก้าวสำคัญในความสัมพันธ์ทวิภาคี ซึ่งสะท้อนว่าเยอรมนีกำลังใช้ท่าทีที่แข็งกร้าวมากขึ้นต่อรัสเซีย
คำกล่าวของ Krasnitsky ตอกย้ำให้เห็นว่าฝ่ายมอสโกมองการตัดสินใจนี้ว่าเป็นการยั่วยุโดยเจตนา ซึ่งอาจนำไปสู่มาตรการตอบโต้และทำให้ความร้าวฉานระหว่างสองประเทศลึกลงไปอีก
ข้อเท็จจริงสำคัญ
เยอรมนีขอให้เจ้าหน้าที่สถานกงสุลใหญ่รัสเซียในเมืองบอนน์ราว 70 คนออกจากประเทศก่อนวันที่ 18 กันยายน
กงสุลใหญ่รัสเซียประจำเมืองบอนน์คือ Krasnitsky
เยอรมนีตัดสินใจปิดสถานกงสุลใหญ่รัสเซีย ซึ่ง Krasnitsky ระบุว่าเป็นการกระทำที่ไร้เหตุผลและน่าเสียดาย
Krasnitsky กล่าวว่าความรับผิดชอบต่อความสัมพันธ์รัสเซีย-เยอรมนีที่มีปัญหานี้ตกอยู่ที่เยอรมนีทั้งหมด
สิ่งที่ต้องจับตาต่อไป
รัสเซียจะประกาศมาตรการตอบโต้หรือไม่ เช่น การสั่งให้เจ้าหน้าที่กงสุลเยอรมนีออกจากประเทศ หรือการปิดสถานกงสุลเยอรมนีในรัสเซีย
การปิดสถานกงสุลครั้งนี้จะส่งผลอย่างไรต่อการสื่อสารทางการทูตที่ยังดำเนินอยู่ระหว่างมอสโกและเบอร์ลิน นอกเหนือจากความสัมพันธ์ที่ตึงเครียดอยู่แล้ว
