เกิดอะไรขึ้น

ในงานฟอรัมการพัฒนาพลังงานคาร์บอนต่ำไท่หยวน 2026 ได้มีการจัดฟอรัมพลังงานความร้อนใต้พิภพนานาชาติ (International Geothermal Forum) และการประชุมสัมมนาธรณีศาสตร์นานาชาติครั้งที่ 7 (Seventh Geoscience International Symposium) ขึ้นที่เมืองไท่หยวน มณฑลซานซี เมื่อวันที่ 5 กันยายน Graeme Beardsmore สมาชิกคณะกรรมการมาตรฐานพลังงานความร้อนใต้พิภพนานาชาติ (International Geothermal Standard Committee) กล่าวว่าการลดคาร์บอนของระบบพลังงานโลกเป็นเรื่องเร่งด่วน และพลังงานความร้อนใต้พิภพควรมีบทบาทสำคัญ เนื่องจากมีข้อได้เปรียบที่โดดเด่นเฉพาะตัว เขาย้ำว่าความร่วมมือระหว่างประเทศและการแบ่งปันองค์ความรู้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการพัฒนาอุตสาหกรรมพลังงานความร้อนใต้พิภพ

ในงานดังกล่าว ตัวเลขที่เปิดเผยระบุว่าพื้นที่ทำความร้อนและความเย็นด้วยพลังงานความร้อนใต้พิภพของจีนเติบโตเฉลี่ยปีละ 6.5 เปอร์เซ็นต์ ในช่วงแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 14 จนแตะระดับ 1.65 พันล้านตารางเมตรภายในปี 2025 ขณะที่อุตสาหกรรมพลังงานความร้อนใต้พิภพของจีนครองอันดับหนึ่งของโลกด้านขนาดมาอย่างยาวนาน Beardsmore ยกตัวอย่างการร่วมทุนระหว่าง China Petroleum and Chemical Corporation กับ Arctic Green ของไอซ์แลนด์ ว่าเป็นตัวอย่างของการใช้ความร้อนใต้พิภพเพื่อทำความร้อนที่ช่วยผลักดันการลดคาร์บอนของพลังงานในเมือง และเป็นต้นแบบของความร่วมมือระหว่างประเทศ

Jose Luis Samaniego รองรัฐมนตรีสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติของเม็กซิโก กล่าวว่าเม็กซิโกได้เสนอกฎหมายฉบับใหม่เพื่อผนวกพลังงานความร้อนใต้พิภพเข้ากับโครงสร้างพลังงานของประเทศให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น และมุ่งสู่การเปลี่ยนผ่านที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและยั่งยืน เขากล่าวว่าจีนเป็นต้นแบบในสาขานี้ และแสดงความหวังอย่างยิ่งที่จะกระชับความร่วมมือให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น เพื่อให้เศรษฐกิจของเม็กซิโกมีความยืดหยุ่นมากขึ้น Zhang Junfeng รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรณีศาสตร์แห่งประเทศจีน (อู่ฮั่น) กล่าวว่าทีมวิจัยที่นำโดยนักวิชาการของมหาวิทยาลัยได้ค้นพบบ่อน้ำพุร้อนใต้พิภพในเมืองต้าถง มณฑลซานซี ซึ่งมีอุณหภูมิสูงกว่า 150 องศาเซลเซียส นับเป็นบ่อที่มีอุณหภูมิสูงที่สุดและมีการไหลขึ้นเองสูงที่สุดในภาคกลางและภาคตะวันออกของจีน

เหตุใดจึงสำคัญ

ฟอรัมนี้ชี้ให้เห็นว่าพลังงานความร้อนใต้พิภพ ซึ่งมักได้รับการยกย่องว่าสะอาด มีเสถียรภาพ และมีอยู่อย่างแพร่หลาย ไม่สามารถบรรลุศักยภาพด้านการลดคาร์บอนได้อย่างเต็มที่ด้วยความพยายามของแต่ละประเทศตามลำพัง ความร่วมมือด้านมาตรฐาน เทคโนโลยี และรูปแบบโครงการ อาจมีความสำคัญไม่น้อยไปกว่าศักยภาพในการขุดเจาะและการลงทุน

ตัวอย่างจากจีน ไอซ์แลนด์ และเม็กซิโก ชี้ให้เห็นแนวโน้มที่กำลังก่อตัวขึ้น นั่นคือการเปิดกว้างทางนโยบายและการร่วมทุนข้ามพรมแดนกำลังกลายเป็นแนวทางเชิงปฏิบัติสำหรับการขยายการใช้พลังงานความร้อนใต้พิภพ หากความร่วมมือเหล่านี้ขยายตัวเพิ่มขึ้น ก็อาจช่วยให้ประเทศที่มีอุตสาหกรรมพลังงานความร้อนใต้พิภพยังใหม่ก้าวไปสู่ระบบพลังงานคาร์บอนต่ำได้เร็วยิ่งขึ้น

ข้อเท็จจริงสำคัญ

Graeme Beardsmore สมาชิกคณะกรรมการมาตรฐานพลังงานความร้อนใต้พิภพนานาชาติ กล่าวว่าพลังงานความร้อนใต้พิภพมีข้อได้เปรียบเฉพาะตัวและควรมีบทบาทสำคัญในการลดคาร์บอน โดยความร่วมมือระหว่างประเทศและการแบ่งปันองค์ความรู้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการพัฒนาอุตสาหกรรมนี้

พื้นที่ทำความร้อนและความเย็นด้วยพลังงานความร้อนใต้พิภพของจีนเติบโตเฉลี่ยปีละ 6.5 เปอร์เซ็นต์ ในช่วงแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 14 และแตะระดับ 1.65 พันล้านตารางเมตรในปี 2025 โดยอุตสาหกรรมพลังงานความร้อนใต้พิภพของประเทศครองอันดับหนึ่งของโลกด้านขนาดมาอย่างยาวนาน

ฟอรัมนี้จัดขึ้นโดยความร่วมมือของ 9 หน่วยงาน รวมถึงสำนักงานสำรวจธรณีวิทยาไอซ์แลนด์ (Iceland Geological Survey) และคณะกรรมการมาตรฐานพลังงานความร้อนใต้พิภพนานาชาติ และดึงดูดผู้เข้าร่วมกว่า 120 คนจาก 28 ประเทศและภูมิภาค

สิ่งที่ต้องจับตาต่อไป

การร่วมทุนระหว่างจีนกับไอซ์แลนด์ที่ถูกกล่าวถึงในฟอรัมนี้ จะสามารถเป็นต้นแบบที่นำไปปรับใช้ได้อย่างแพร่หลาย สำหรับการทำความร้อนด้วยพลังงานความร้อนใต้พิภพและการลดคาร์บอนในระดับเมืองหรือไม่

ร่างกฎหมายด้านพลังงานความร้อนใต้พิภพของเม็กซิโกจะนำไปสู่ความร่วมมือที่เป็นรูปธรรมกับจีนหรือไม่ ซึ่งเจ้าหน้าที่เม็กซิโกระบุว่าจีนเป็นต้นแบบด้านการพัฒนาพลังงานความร้อนใต้พิภพ

แหล่งที่มา