เกิดอะไรขึ้น
เมื่อวันที่ 3 กันยายน ดัชนีหุ้นหลักทั้งสามของสหรัฐฯ ปิดตลาดในแดนบวก โดยแต่ละดัชนีปรับตัวขึ้นมากกว่า 1% ดัชนีดาวโจนส์เพิ่มขึ้น 624.16 จุด หรือ 1.18% ปิดที่ 53,686.11 จุด ดัชนี S&P 500 เพิ่มขึ้น 1.06% และดัชนี Nasdaq Composite เพิ่มขึ้น 1.4% หุ้นในกลุ่ม 'Tech Seven' ปิดบวกทุกตัว นำโดยหุ้น Tesla ที่เพิ่มขึ้น 5.42% ส่วน SpaceX เพิ่มขึ้น 6.42% Oracle เพิ่มขึ้นกว่า 5.69% และ Dell Technologies เพิ่มขึ้น 4.91% ทำสถิติสูงสุดใหม่นับตั้งแต่เข้าจดทะเบียน
หุ้นที่เกี่ยวข้องกับคริปโตทำผลงานได้โดดเด่นกว่าตลาด โดยหุ้น Strategy พุ่งขึ้นมากกว่า 17% ขณะที่ Circle, Robinhood และ Coinbase ต่างปรับตัวขึ้นมากกว่า 10% หุ้นเหมืองทองคำก็ได้รับความสนใจเช่นกัน โดย Gold Fields เพิ่มขึ้นกว่า 7% Harmony เพิ่มขึ้นกว่า 6% และ Kinross เพิ่มขึ้นกว่า 4% ในทางตรงกันข้าม ดัชนี Nasdaq Golden Dragon China ปรับตัวลดลง 0.81% เนื่องจากการร่วงลงของหุ้น JD.com, Pinduoduo และ NetEase มีน้ำหนักมากกว่าการปรับตัวขึ้นของหุ้น Baidu, Li Auto และ Bilibili
ดัชนีหุ้นหลักของยุโรปปิดตลาดในแดนบวกเช่นกัน โดยดัชนี FTSE 100 ของอังกฤษเพิ่มขึ้น 0.7% ดัชนี CAC 40 ของฝรั่งเศสขยับขึ้นเล็กน้อย 0.07% และดัชนี DAX ของเยอรมนีเพิ่มขึ้น 0.63% ด้านสินค้าโภคภัณฑ์ปรับตัวสูงขึ้นโดยทั่วกัน น้ำมันดิบ WTI เพิ่มขึ้น 0.73% อยู่ที่ 91.67 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ทองคำ COMEX เพิ่มขึ้น 2.39% อยู่ที่ 4,520.3 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะที่ทองคำในตลาดจริงเพิ่มขึ้น 1.94% ส่วนเงิน COMEX เพิ่มขึ้น 3.24% และเงินในตลาดจริงเพิ่มขึ้น 2.51%
เหตุใดเรื่องนี้จึงสำคัญ
การซื้อขายในวันนี้แสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งที่กว้างขวางอย่างผิดปกติ สินทรัพย์เสี่ยงอย่างหุ้นเทคโนโลยีและคริปโตปรับตัวขึ้นพร้อมกับสินทรัพย์ปลอดภัยอย่างทองคำและเงิน รูปแบบเช่นนี้มักเกิดขึ้นเมื่อนักลงทุนคาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ จะมีท่าทีผ่อนคลายมากขึ้น ในบทสรุปข่าวระบุว่า Waller ผู้ว่าการเฟดกล่าวว่าเขามีแนวโน้มจะเลือกคงอัตราดอกเบี้ยไว้ หากข้อมูลเงินเฟ้อที่จะประกาศออกมายืนยันว่าแรงกดดันด้านราคากำลังชะลอตัวลง ซึ่งถือเป็นสัญญาณสำคัญต่อตลาด
การปรับตัวขึ้นอย่างเด่นชัดของโลหะมีค่าอาจสะท้อนถึงความกังวลที่ลึกซึ้งกว่านั้น บทสรุปข่าวรายงานว่าธนาคารกลางเนเธอร์แลนด์ได้ย้ายทองคำ 86 ตันจากนิวยอร์กและออตตาวาไปยังลอนดอน และระบุว่าผู้เชี่ยวชาญบางส่วนชี้ให้เห็นถึงวิกฤตความเชื่อมั่นในระบบเงินดอลลาร์ ในขณะเดียวกัน การขาดดุลการค้าของสหรัฐฯ ที่ขยายตัวขึ้นก็อาจเพิ่มความไม่แน่นอนในระดับมหภาค
ข้อเท็จจริงสำคัญ
ดาวโจนส์ +1.18% ปิดที่ 53,686.11; S&P 500 +1.06%; Nasdaq +1.4% เมื่อวันที่ 3 กันยายน
หุ้นคริปโตพุ่งแรง โดย Strategy +>17%, Coinbase +>10%; Dell Technologies ทำสถิติสูงสุดใหม่
ทองคำ COMEX เพิ่มขึ้น 2.39% อยู่ที่ 4,520.3 ดอลลาร์ต่อออนซ์; เงินในตลาดจริงเพิ่มขึ้น 2.51%; ดัชนีหุ้นยุโรปปิดตลาดในแดนบวก
สิ่งที่ต้องจับตาต่อไป
นักลงทุนจะจับตาข้อมูลเงินเฟ้อของสหรัฐฯ ก่อนการประชุมครั้งต่อไปของเฟด ตัวเลขเงินเฟ้อเดือนสิงหาคม ตามที่ Waller ระบุ จะเป็นปัจจัยสำคัญในการตัดสินใจว่าธนาคารกลางจะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้หรือไม่
สัญญาณด้านภูมิรัฐศาสตร์และการค้าอาจมีความสำคัญเช่นกัน คำแถลงเชิงบวกจากรัสเซียและยูเครนเกี่ยวกับแนวโน้มสันติภาพ รวมถึงท่าทีเปิดกว้างของแคนาดาต่อข้อตกลงที่เป็นประโยชน์ร่วมกันกับสหรัฐฯ อาจส่งผลต่อบรรยากาศการลงทุนในตลาดน้ำมัน ข้าวสาลี และการค้าข้ามพรมแดน
การประกาศผลิตภัณฑ์และนโยบายในภาคเทคโนโลยี รวมถึงการเปิดตัว GPT-6 Astra ของ OpenAI และแผนของ Nvidia ที่จะเริ่มจัดส่งอุปกรณ์ RTX Spark ในเดือนตุลาคม อาจทำให้หุ้นที่เกี่ยวข้องกับ AI ยังคงได้รับความสนใจต่อไป
