เกิดอะไรขึ้น
เมื่อวันที่ 30 สิงหาคม ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้แชร์แผนที่บนโซเชียลมีเดียที่แสดงทะเลสาบออนแทรีโอ ซึ่งตั้งอยู่บนพรมแดนระหว่างสหรัฐฯ กับแคนาดา โดยติดป้ายชื่อว่า “American Lake”
Google ยืนยันในแถลงการณ์ว่าได้อัปเดตชื่อทะเลสาบดังกล่าวเป็น “American Lake” สำหรับผู้ใช้ในสหรัฐฯ โดยระบุว่าการเปลี่ยนแปลงนี้เป็นไปตามคำสั่งบริหารที่ทรัมป์ลงนามเพื่อเปลี่ยนชื่อทะเลสาบ
คำสั่งบริหารดังกล่าวมีผลต่อระบบข้อมูลชื่อทางภูมิศาสตร์ของสหรัฐฯ (US Geographic Names Information System) ซึ่งเป็นมาตรฐานสำหรับแผนที่ทางการของสหรัฐฯ แต่ไม่มีผลต่อแนวทางการตั้งชื่อของแคนาดา หรือวิธีที่ทะเลสาบนี้ถูกเรียกในส่วนอื่นๆ ของโลก
ทำไมเรื่องนี้จึงสำคัญ
นี่เป็นตัวอย่างล่าสุดของการที่บริษัทเทคโนโลยีปรับแผนที่ดิจิทัลให้สอดคล้องกับการตัดสินใจตั้งชื่อของรัฐบาลสหรัฐฯ ต่อจากการเปลี่ยนแปลงในลักษณะเดียวกันเมื่อปีที่แล้ว เมื่อ Google Maps เปลี่ยนป้ายชื่ออ่าวเม็กซิโกเป็น “Gulf of America” หลังคำสั่งบริหารที่เกี่ยวข้อง
เนื่องจากแพลตฟอร์มแผนที่ถูกใช้งานทั่วโลก การเปลี่ยนป้ายชื่อแบบฝ่ายเดียวเช่นนี้อาจก่อให้เกิดความไม่สอดคล้องกันระหว่างมุมมองของผู้ใช้ในสหรัฐฯ กับผู้ใช้ในประเทศอื่นๆ ต่อลักษณะทางภูมิศาสตร์ที่ใช้ร่วมกัน ซึ่งนำไปสู่คำถามว่าแผนที่ดิจิทัลควรจัดการกับธรรมเนียมการตั้งชื่อทางการเมืองอย่างไร
ข้อเท็จจริงสำคัญ
Google Maps เปลี่ยนป้ายชื่อทะเลสาบออนแทรีโอเป็น “American Lake” สำหรับผู้ใช้ในสหรัฐฯ
การเปลี่ยนแปลงนี้เกิดขึ้นเพื่อให้สอดคล้องกับคำสั่งบริหารที่ประธานาธิบดีทรัมป์ลงนาม
คำสั่งบริหารนี้มีผลเฉพาะต่อระบบข้อมูลชื่อทางภูมิศาสตร์ของสหรัฐฯ เท่านั้น ไม่มีผลต่อธรรมเนียมการตั้งชื่อของแคนาดาหรือในระดับนานาชาติ
Google เคยทำการเปลี่ยนแปลงลักษณะเดียวกันนี้เมื่อปีที่แล้วกับอ่าวเม็กซิโก โดยติดป้ายชื่อเป็น “Gulf of America”
สิ่งที่ต้องจับตาต่อไป
แคนาดาหรือประเทศอื่นๆ จะดำเนินมาตรการเพื่อให้บริการแผนที่ของตนคงชื่อ “Lake Ontario” ไว้สำหรับผู้ใช้ทุกคนหรือไม่
นโยบายของ Google ในการปฏิบัติตามคำสั่งบริหารของสหรัฐฯ สำหรับการเปลี่ยนชื่อแหล่งน้ำที่ใช้ร่วมกัน จะถูกนำไปใช้กับลักษณะทางภูมิศาสตร์อื่นๆ บริเวณพรมแดนในอนาคตหรือไม่
