เกิดอะไรขึ้น

ณ วันที่ 30 ส.ค. บริษัทจดทะเบียนในตลาด A-Share จำนวน 5,550 แห่งได้เปิดเผยรายงานประจำครึ่งปี 2026 แล้ว โดยยอดรวมการลงทุนด้าน R&D สูงกว่า 810,000 ล้านหยวน และมีความเข้มข้นของ R&D อยู่ที่ 2.25% มีบริษัท 6 แห่งที่ใช้จ่ายด้าน R&D เกิน 10,000 ล้านหยวนต่อแห่ง นำโดย BYD ที่ใช้ไป 28,860 ล้านหยวน ตามด้วย China Construction, China Mobile, ZTE, CATL และ SAIC

BYD ยังคงทุ่มงบ R&D อย่างหนักแม้รายได้และกำไรสุทธิจะลดลง โดยใช้จ่ายมากกว่ากำไรสุทธิถึงสองเท่า พร้อมเปิดตัวชิปขับขี่อัจฉริยะขนาด 4 นาโนเมตรที่พัฒนาขึ้นเอง ขณะที่ CATL มีงบ R&D เติบโต 12.7% แตะ 11,380 ล้านหยวน China Mobile เพิ่มขึ้น 6.5% แตะ 13,800 ล้านหยวน และ China Construction ลงทุน 16,270 ล้านหยวนในเทคโนโลยีการก่อสร้างอัจฉริยะ

การใช้จ่ายด้าน R&D ในกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์เพิ่มขึ้นกว่า 20% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยมี Changxin Technology, NAURA, SMIC, Hygon และ AMEC เป็นผู้นำในภาคส่วนนี้ นอกจากนี้หลายบริษัทยังขยายธุรกิจเข้าสู่ปัญญาประดิษฐ์ที่มีร่างกาย (embodied intelligence) และ GPU เพื่อสร้างเครื่องยนต์การเติบโตใหม่

เหตุใดจึงสำคัญ

การเดินหน้าลงทุน R&D อย่างต่อเนื่องสะท้อนถึงการปรับกลยุทธ์ครั้งสำคัญของบริษัทชั้นนำในตลาด A-Share จากการแข่งขันด้านขนาดและเงินสำรอง มาสู่การแข่งขันด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม บริษัทต่าง ๆ ยังคงลงทุนอย่างหนักแม้กำไรจะถูกกดดัน ซึ่งบ่งชี้ถึงความมุ่งมั่นระยะยาวในการสร้างกำแพงทางเทคโนโลยีในด้าน AI เซมิคอนดักเตอร์ และยานยนต์พลังงานใหม่

ทิศทางนี้สอดคล้องกับความพยายามในวงกว้างเพื่อบ่มเพาะ 'พลังการผลิตที่มีคุณภาพใหม่' ซึ่งเป็นแนวคิดที่ถูกเน้นย้ำในรายงาน เมื่อบริษัทชั้นนำก้าวจากนวัตกรรมเชิงประยุกต์ไปสู่การวิจัยพื้นฐาน ความเข้มข้นของ R&D จึงกำลังกลายเป็นตัวชี้วัดสำคัญในการประเมินความสามารถในการแข่งขันในอนาคต

ข้อเท็จจริงสำคัญ

ยอดรวมการลงทุนด้าน R&D ของบริษัทในตลาด A-Share สูงกว่า 810,000 ล้านหยวนในครึ่งปีแรกของปี 2026 โดยมีความเข้มข้นของ R&D อยู่ที่ 2.25% จากบริษัทที่รายงานทั้งหมด 5,550 แห่ง

BYD ครองอันดับหนึ่งด้วยงบ R&D 28,860 ล้านหยวน มากกว่ากำไรสุทธิถึงสองเท่า ขณะที่มีบริษัท 6 แห่งที่ใช้จ่ายเกิน 10,000 ล้านหยวนต่อแห่ง

การใช้จ่ายด้าน R&D ในกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์เพิ่มขึ้นกว่า 20% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยงบ R&D ของ Changxin Technology พุ่งขึ้น 87.38% และรายได้ของ SMIC เติบโต 19.4% พร้อมกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 94.16%

สิ่งที่ต้องจับตาต่อไป

จับตาดูว่าบริษัทชั้นนำจะแปลงงบ R&D จำนวนมหาศาลให้กลายเป็นผลิตภัณฑ์เชิงพาณิชย์ได้อย่างไร โดยเฉพาะในด้านปัญญาประดิษฐ์ที่มีร่างกาย ชิป AI และการก่อสร้างอัจฉริยะ

คาดว่าจะเห็นการขยายตัวอย่างต่อเนื่องเข้าสู่ธุรกิจ GPU และหุ่นยนต์ เนื่องจากบริษัทต่าง ๆ ต่างมองหาเส้นทางการเติบโตเส้นที่สองนอกเหนือจากธุรกิจหลักของตน

แหล่งที่มา