เกิดอะไรขึ้น

MapQuest รายงานว่ามียอดการใช้งานพุ่งสูงขึ้นอย่างมาก แตะระดับประมาณ 50 เท่าของปกติ หลังจากที่บริษัทปฏิเสธที่จะทำตาม Google และ Apple ในการเปลี่ยนชื่อทะเลสาบออนแทรีโอ (Lake Ontario) เป็น 'Lake America' สำหรับผู้ใช้ในสหรัฐฯ

ผู้ใช้หลายแสนคนดาวน์โหลดแอป MapQuest ส่งผลให้แอปนี้ขึ้นเป็นอันดับหนึ่งในหมวดหมู่นำทาง และอยู่ในอันดับที่แปดของแอปฟรีทั้งหมดบน U.S. Apple App Store ณ วันที่ 30 สิงหาคม

ยอดพุ่งขึ้นดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากคำสั่งบริหาร (executive order) ของ Trump ที่เปลี่ยนชื่อทะเลสาบออนแทรีโออย่างเป็นทางการเป็น 'Lake America' ภายในสหรัฐอเมริกา

เหตุใดเรื่องนี้จึงสำคัญ

ยอดผู้ใช้ที่พุ่งขึ้นนี้บ่งชี้ว่าผู้ใช้บางส่วนอาจชื่นชอบบริการแผนที่ที่ไม่ยอมรับการเปลี่ยนชื่อด้วยแรงจูงใจทางการเมือง ซึ่งอาจส่งผลต่อวิธีที่บริษัทอื่น ๆ รับมือกับคำขอในลักษณะเดียวกัน

เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงจุดตัดที่เพิ่มมากขึ้นระหว่างการเมืองกับเทคโนโลยี ซึ่งการตัดสินใจของบริษัทเกี่ยวกับชื่อทางภูมิศาสตร์สามารถก่อให้เกิดปฏิกิริยาจากผู้ใช้ได้อย่างมีนัยสำคัญ

ข้อเท็จจริงสำคัญ

ยอดการใช้งาน MapQuest พุ่งขึ้นแตะประมาณ 50 เท่าของระดับปกติ หลังปฏิเสธที่จะเปลี่ยนชื่อทะเลสาบออนแทรีโอ

แอปนี้ขึ้นเป็นอันดับหนึ่งในชาร์ตหมวดนำทางของ U.S. Apple App Store และอยู่ในอันดับที่แปดของแอปฟรีทั้งหมด ณ วันที่ 30 สิงหาคม

การเปลี่ยนชื่อดังกล่าวเกิดขึ้นตามคำสั่งของ Trump ผ่านคำสั่งบริหาร (executive order)

สิ่งที่ต้องจับตาต่อไป

ว่าแอปนำทางอื่น ๆ จะทำตามจุดยืนของ MapQuest หรือไม่ และการรักษาฐานผู้ใช้จะเปลี่ยนแปลงไปอย่างไรเมื่อเวลาผ่านไป

การแทรกแซงทางการเมืองในเรื่องการตั้งชื่อทางภูมิศาสตร์ที่อาจเกิดขึ้นเพิ่มเติม และผลกระทบต่อบริษัทเทคโนโลยี

แหล่งที่มา