เกิดอะไรขึ้น

ในช่วงปิดตลาดนิวยอร์กวันพฤหัสบดีที่ 3 กันยายน เงินยูโรแข็งค่าขึ้น 0.35% เมื่อเทียบกับดอลลาร์ มาอยู่ที่ 1.1629 ซึ่งเป็นการปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง ขณะที่เงินปอนด์สเตอร์ลิงเพิ่มขึ้น 0.29% มาอยู่ที่ 1.3528

ดอลลาร์อ่อนค่าลง 0.67% เมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส มาซื้อขายที่ 0.8074 ส่วนกลุ่มสกุลเงินโภคภัณฑ์ ดอลลาร์ออสเตรเลียแข็งค่าขึ้น 0.48% ดอลลาร์นิวซีแลนด์เพิ่มขึ้น 0.55% และดอลลาร์แคนาดาแข็งค่าขึ้น 0.38% เมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ

ฟอรินต์ฮังการีเป็นสกุลเงินที่เคลื่อนไหวแข็งแกร่งที่สุด โดยดอลลาร์อ่อนค่าลงถึง 1.90% เมื่อเทียบกับฟอรินต์ ส่วนโครนาสวีเดนเพิ่มขึ้น 0.98% ซลอตีโปแลนด์แข็งค่าขึ้น 0.56% และโครนนอร์เวย์กับโครนเดนมาร์กเพิ่มขึ้น 0.31% และ 0.35% ตามลำดับ

เหตุใดจึงสำคัญ

ความแข็งแกร่งที่กระจายไปทั่วสกุลเงินยุโรปและกลุ่มโภคภัณฑ์บ่งชี้ว่าตลาดในรอบนี้มีแนวโน้มเทขายดอลลาร์อย่างชัดเจน มากกว่าจะเป็นการเคลื่อนไหวเฉพาะคู่สกุลเงินใดสกุลเงินหนึ่ง

การแข็งค่าที่โดดเด่นของสกุลเงินที่มีความเสี่ยงสูงและให้ผลตอบแทนสูง เช่น ฟอรินต์ฮังการีและโครนาสวีเดน อาจสะท้อนถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่ปรับตัวดีขึ้น ขณะเดียวกันสกุลเงินปลอดภัยอย่างฟรังก์สวิสก็แข็งค่าขึ้นเช่นกัน ซึ่งบ่งชี้ถึงกระแสเงินทุนที่มีความซับซ้อน

ข้อเท็จจริงสำคัญ

EUR/USD เพิ่มขึ้น 0.35% มาอยู่ที่ 1.1629 ในช่วงปิดตลาดนิวยอร์กวันพฤหัสบดี

GBP/USD ปรับขึ้น 0.29% มาอยู่ที่ 1.3528

USD/CHF ลดลง 0.67% มาอยู่ที่ 0.8074

USD/HUF ร่วงลง 1.90% โดยฟอรินต์เป็นสกุลเงินที่นำการปรับตัวขึ้น

USD/SEK ลดลง 0.98% และ USD/PLN ลดลง 0.56%

AUD/USD เพิ่มขึ้น 0.48%, NZD/USD เพิ่มขึ้น 0.55% และ USD/CAD ลดลง 0.38%

สิ่งที่ต้องจับตาต่อไป

นักเทรดน่าจะจับตาว่าการอ่อนค่าของดอลลาร์ในวงกว้างจะดำเนินต่อไปในรอบซื้อขายถัดไปหรือไม่ หรือจะเกิดแรงขายทำกำไรหลังจากการเคลื่อนไหวที่รุนแรงในรอบนี้

การเคลื่อนไหวของฟอรินต์ฮังการีและสกุลเงินยุโรปกลางอื่น ๆ อาจยังคงเป็นที่จับตามอง เนื่องจากมีการแข็งค่าที่โดดเด่นกว่าเมื่อเทียบกับคู่สกุลเงินหลัก

แหล่งที่มา