เกิดอะไรขึ้น
หุ้นของ Snowflake พุ่งขึ้นอย่างแรงในการซื้อขายช่วงนอกเวลาเมื่อวันพุธ โดยปรับตัวขึ้นกว่า 20% และภายหลังขยับขึ้นไปสูงสุดถึง 23% ในช่วงกลางคืน หลังจากบริษัทปรับเพิ่มคาดการณ์ยอดขายผลิตภัณฑ์ตลอดทั้งปีสูงกว่าที่นักวิเคราะห์ในวอลล์สตรีทคาดการณ์ไว้อย่างมาก
สำหรับไตรมาสที่สองของปีงบประมาณซึ่งสิ้นสุดในเดือนกรกฎาคม รายได้จากผลิตภัณฑ์เพิ่มขึ้น 37% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า อยู่ที่ 1.49 พันล้านดอลลาร์ สูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ที่ 1.42 พันล้านดอลลาร์ ขณะที่รายได้รวมเติบโต 35% อยู่ที่ 1.55 พันล้านดอลลาร์ ส่วนภาระผูกพันด้านผลการดำเนินงานที่เหลืออยู่ (Remaining Performance Obligations) อยู่ที่ 9.0 พันล้านดอลลาร์ ต่ำกว่าคาดการณ์ที่ 9.37 พันล้านดอลลาร์เล็กน้อย
บริษัทรายงานว่ามีลูกค้าใหม่สุทธิ 692 รายในไตรมาสนี้ และชูให้เห็นว่าเครื่องมือเขียนโค้ดด้วยความช่วยเหลือของ AI อย่าง CoCo มีบัญชีองค์กรเพิ่มขึ้นกว่า 2,000 บัญชี ทำให้ยอดใช้งานสะสมเพิ่มขึ้นเป็น 9,100 บัญชี
เหตุใดจึงสำคัญ
คาดการณ์ที่ปรับใหม่ของ Snowflake สะท้อนให้เห็นว่าการลงทุนด้าน generative AI ของบริษัท โดยเฉพาะ CoCo กำลังก้าวจากขั้นทดลองไปสู่การใช้งานจริง โดยฝ่ายบริหารระบุว่าการใช้งาน (consumption) เร่งตัวขึ้นเมื่อเทียบไตรมาสต่อไตรมาส
การปรับคาดการณ์ครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางการแข่งขันที่รุนแรงในธุรกิจโครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูล โดยคู่แข่งอย่าง Databricks เพิ่งมีมูลค่าบริษัทแตะระดับ 1.9 แสนล้านดอลลาร์ และประกาศการเติบโตอย่างรวดเร็ว นักลงทุนกำลังจับตาดูว่าความยั่งยืนของการใช้งานที่ขับเคลื่อนด้วย AI จะสามารถสนับสนุนมูลค่าหุ้นที่สูงของ Snowflake ได้หรือไม่
ข้อเท็จจริงสำคัญ
Snowflake ปรับเพิ่มคาดการณ์รายได้จากผลิตภัณฑ์ตลอดทั้งปีเป็นประมาณ 6.07 พันล้านดอลลาร์สำหรับปีงบประมาณที่จะสิ้นสุดในเดือนมกราคม 2026 เพิ่มขึ้นจากคาดการณ์ก่อนหน้าในเดือนพฤษภาคม และสูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ 5.86 พันล้านดอลลาร์
รายได้จากผลิตภัณฑ์ในไตรมาสที่สองของปีงบประมาณอยู่ที่ 1.49 พันล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 37% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า และสูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ 1.42 พันล้านดอลลาร์
CoCo ผู้ช่วยเขียนโปรแกรมด้วย AI ของ Snowflake มีบัญชีลูกค้าองค์กรเพิ่มขึ้นกว่า 2,000 บัญชีในไตรมาสนี้ ทำให้จำนวนบัญชีรวมเพิ่มขึ้นเป็น 9,100 บัญชี
หุ้นพุ่งขึ้นกว่า 20% ในการซื้อขายช่วงนอกเวลา และซื้อขายอยู่ที่ราว 370 ดอลลาร์ หลังปิดตลาดที่ 305.84 ดอลลาร์
สิ่งที่ต้องจับตาต่อไป
นักลงทุนจะให้ความสนใจว่ายอดการใช้งาน CoCo จะแปรเปลี่ยนไปสู่การเติบโตของการใช้งานอย่างต่อเนื่องในไตรมาสถัดๆ ไปหรือไม่ ซึ่งนักวิเคราะห์มองว่าเป็นตัวชี้วัดที่สำคัญกว่าผลประกอบการที่ดีเกินคาดเพียงไตรมาสเดียว
ตลาดจะยังจับตาดูสัญญาณความมั่นคงของอุปสงค์หลังจากตัวเลข RPO ที่ต่ำกว่าคาด ซึ่งนักวิเคราะห์บางรายมองว่าเป็นผลจากจังหวะเวลาการต่อสัญญาและการเปลี่ยนไปสู่รูปแบบการใช้งานตามความต้องการ (on-demand) มากกว่าจะสะท้อนถึงอุปสงค์ที่อ่อนแอ
