เกิดอะไรขึ้น
บริษัทให้บริการข้อมูลราคาน้ำมันเปิดเผยข้อมูลเมื่อวันที่ 4 กันยายน ระบุว่าราคาน้ำมันดีเซลปลีกเฉลี่ยทั่วประเทศเมื่อวันที่ 3 กันยายน พุ่งขึ้นแตะระดับ 5.848 ดอลลาร์ต่อแกลลอน ซึ่งถือเป็นสถิติสูงสุดตลอดกาลครั้งใหม่
ราคาดังกล่าวแซงหน้าสถิติเดิมที่ 5.819 ดอลลาร์ต่อแกลลอน ซึ่งเคยทำไว้เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2022 ทั้งนี้เมื่อปีก่อนหน้า ราคาเฉลี่ยทั่วประเทศอยู่ที่เพียง 3.7 ดอลลาร์ต่อแกลลอนเท่านั้น
บริษัทระบุว่าน้ำมันดีเซล ซึ่งเป็นเชื้อเพลิงหลักของรถบรรทุกขนส่งสินค้า รถไฟ เครื่องจักรกลการเกษตร และเครื่องจักรก่อสร้าง ส่งผลกระทบต่ออัตราเงินเฟ้อและต้นทุนทางธุรกิจในวงกว้างกว่าน้ำมันเบนซิน ราคาดีเซลที่สูงขึ้นจะดันต้นทุนการขนส่งให้สูงขึ้นตามไปด้วย และมักนำไปสู่การปรับขึ้นราคาสินค้าและบริการสำหรับผู้บริโภค
เหตุใดจึงสำคัญ
น้ำมันดีเซลเป็นเชื้อเพลิงหล่อเลี้ยงเศรษฐกิจส่วนใหญ่ที่เกี่ยวข้องกับการขนส่งสินค้าและการทำงานที่จำเป็นต่างๆ ดังนั้นการที่ราคาทำสถิติสูงสุดจึงหมายความว่าแรงกดดันด้านต้นทุนกำลังแผ่ขยายไปไกลเกินกว่าแค่หน้าปั๊มน้ำมัน
ตามคำกล่าวของผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์น้ำมันของบริษัท ราคาดีเซลที่สูงขึ้นส่งผลกระทบมากกว่าแค่ภาคการขนส่ง ต้นทุนที่เพิ่มขึ้นในห่วงโซ่อุปทานสามารถผลักดันให้ราคาของชำ สินค้าอุปโภคบริโภคในครัวเรือน และบริการจัดส่งปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งเป็นการบีบคั้นผู้บริโภค
ข้อมูลสำคัญ
เมื่อวันที่ 3 กันยายน ราคาน้ำมันดีเซลปลีกเฉลี่ยทั่วประเทศของสหรัฐฯ พุ่งขึ้นแตะ 5.848 ดอลลาร์ต่อแกลลอน ซึ่งเป็นสถิติสูงสุดตลอดกาล
สถิติเดิมอยู่ที่ 5.819 ดอลลาร์ต่อแกลลอน ซึ่งทำไว้เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2022
เมื่อปีก่อนหน้า ราคาน้ำมันดีเซลเฉลี่ยอยู่ที่ 3.7 ดอลลาร์ต่อแกลลอน
น้ำมันดีเซลเป็นเชื้อเพลิงหลักของรถบรรทุกขนส่งสินค้า รถไฟ เครื่องจักรกลการเกษตร และเครื่องจักรก่อสร้าง
สิ่งที่ต้องจับตาต่อไป
ต้องจับตาดูว่าราคาน้ำมันดีเซลจะยังคงปรับตัวสูงขึ้นต่อไปหรือไม่ และการปรับขึ้นนี้จะส่งผลกระทบต่อราคาสินค้าที่ผู้บริโภคต้องจ่าย ไม่ว่าจะเป็นของชำ สินค้าในครัวเรือน หรือบริการจัดส่ง เร็วเพียงใด
ต้องติดตามว่าห่วงโซ่อุปทานและต้นทุนการขนส่งจะตอบสนองต่อราคาน้ำมันที่ทำสถิติสูงสุดนี้อย่างไร และจะมีสัญญาณผ่อนคลายในระยะสั้นปรากฏขึ้นหรือไม่
